คุยกันหลังไมค์


บทความ ล่าสุด

26 กรกฏาคม 2560

ตลาดหลักทรัพย์ฯ เผยครึ่งหลังปี 60 เปิด LIVE Platform

 ตลาดหลักทรัพย์ฯ เผย 6 เดือนแรกปี 2560 สภาพคล่องยังสูงสุดในอาเซียน ขณะที่มูลค่า IPO และผลการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียนยังโดดเด่น เดินหน้าครึ่งปีหลัง 2560 ต่อยอดแผนกลยุทธ์ เปิดบริการ “LIVE” Platform ช่วยให้ SME และ Startup เข้าถึงแหล่งเงินทุน สนองนโยบาย Thailand 4.0 เตรียมการสู่ T+2 ซึ่งจะเริ่มใช้ 2 มี.ค. 2561
          นางเกศรา มัญชุศรี กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า แนวโน้มเศรษฐกิจประเทศไทยโดยรวมคาดว่าดีขึ้นในช่วง 6 เดือนที่เหลือปีนี้ หลังจากที่รัฐบาลเดินหน้าขับเคลื่อนเศรษฐกิจตามยุทธศาสตร์ชาติ อาทิ การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ การขยายขอบเขตการลงทุนในเขตเศรษฐกิจการลงทุนพิเศษระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก การส่งเสริมการส่งออก เป็นต้น ซึ่งช่วยเสริมสร้างศักยภาพ เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและการลงทุนให้กับภาคธุรกิจไทย รวมถึงเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับตลาดทุนไทย โดยตลาดหลักทรัพย์ฯ จะมุ่งพัฒนาสินค้าและบริการรองรับยุคดิจิทัล เพื่อเป็นประโยชน์ต่อทุกภาคส่วน พร้อมตอกย้ำการเติบโตอย่างยั่งยืนต่อเนื่อง
          การดำเนินงานในครึ่งปีหลัง 2560 ตลาดหลักทรัพย์ฯ เดินหน้าตามแผนกลยุทธ์ โดยจะมีหลักทรัพย์ทยอยเข้าจดทะเบียนอย่างต่อเนื่อง หลังจากช่วง 6 เดือนแรก มีหลักทรัพย์เข้าใหม่ 11 หลักทรัพย์ มูลค่าหลักทรัพย์ ณ ราคา IPO เพิ่ม 109,984 ล้านบาท จึงคาดว่ามูลค่าหลักทรัพย์จะเป็นไปตามเป้าที่กำหนดไว้ที่ 280,000 ล้านบาท ส่วนผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนไทยยังดีต่อเนื่องจากปีก่อน โดยไตรมาสแรกมีกำไรสุทธิรวม 2.85 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 21% จากงวดเดียวกันในปีก่อน ขณะที่สภาพคล่องยังคงสูงสุดในภูมิภาค ด้วยมูลค่าการซื้อขายหลักทรัพย์เฉลี่ยต่อวัน 46,549 ล้านบาท (SET+mai) ต่อเนื่องหลังครองอันดับหนึ่ง 5 ปีติดต่อกัน (2555-2559)
          ตลาดหลักทรัพย์ฯ พร้อมขยายโอกาสการระดมทุนไปยังกลุ่มผู้ประกอบการ SME และ Startup ด้วยการพัฒนา LIVE Platform ให้ผู้ประกอบการเข้าถึงแหล่งเงินทุน และสามารถซื้อขายเปลี่ยนมือช่วยเพิ่มสภาพคล่อง ขณะที่การพัฒนาสินค้าใหม่ TFEX Gold-D สัญญาซื้อขายที่อ้างอิงทองคำแท่งความบริสุทธิ์ 99.99% อยู่ระหว่างการเตรียมการเพื่อเปิดซื้อขาย และจะขยายเวลาซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่อ้างอิงกับทองคำ ในช่วงเวลากลางคืนเป็น 19.00-23.55 น. (จากปัจจุบัน 19.30-22.30 น.) ให้สอดรับกับตลาดทองคำสำคัญของโลก
          สำหรับการสร้างวัฒนธรรมการลงทุนในช่วงครึ่งปีหลังยังคงดำเนินโครงการ #investnow ออมหมื่น ออมพัน สร้างฝันเงินล้าน รณรงค์ให้เกิดการทยอยลงทุนอย่างสม่ำเสมอ (Dollar-Cost Averaging: DCA) อย่างต่อเนื่อง โดยเน้นการใช้สื่อดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ รวมถึงเปิดให้บริการ FundConnext เมื่อ 17 กรกฎาคมที่ผ่านมา เพื่อเพิ่มโอกาสให้ผู้ลงทุนสามารถลงทุนในกองทุนรวมได้สะดวกและรวดเร็ว และเพิ่มทางเลือกการลงทุนในกองทุนที่หลากหลายมากขึ้น ซึ่งในช่วงเริ่มต้นมี บลจ. 5 แห่ง และ บล. 3 แห่ง ใช้บริการ พร้อมนำนวัตกรรมด้านเทคโนโลยีมาพัฒนาเครื่องมือเพื่อการลงทุนตอบสนองไลฟ์สไตล์ผู้ลงทุน ด้วยการพัฒนาแอปพลิเคชันใหม่ Settrade Streaming for Fund เพื่อให้ผู้ลงทุนส่งคำสั่งซื้อขายกองทุนรวมด้วยตัวเองอย่างสะดวกและรวดเร็วขึ้น
          นอกจากนี้ ตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้เตรียมการปรับลดระยะเวลาชำระราคาและส่งมอบหลักทรัพย์ให้สามารถดำเนินการได้ใน 2 วันทำการ (T+2) ซึ่งอยู่ระหว่างพัฒนาระบบงาน เพื่อทดสอบกับสมาชิกก่อนเริ่มใช้จริง 2 มี.ค. 2561
          ด้านการพัฒนาความยั่งยืน ตลาดหลักทรัพย์ฯ มุ่งส่งเสริมบริษัทจดทะเบียนเข้าร่วมคำนวณในดัชนี DJSI (Dow Jones Sustainability Index) เพิ่มขึ้น และจัดทำรายชื่อหุ้นยั่งยืน THSI (Thailand Sustainability Investment) ซึ่งเตรียมประกาศในเดือน พ.ย. นี้ นอกเหนือจากเชื่อมโยงภาคธุรกิจและภาคสังคมให้มาพบกันเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้และแบ่งปันทรัพยากรผ่าน SET Social Impact Platform และ SET Social Impact Day เพื่อสร้างผลลัพธ์ที่ดีทางสังคมแล้ว
          ล่าสุดเตรียมจัดงานสานพลังบริษัทจดทะเบียนเพื่อสังคมไทยยั่งยืน ในวันที่ 21 ส.ค. นี้ เชื่อมโยงความร่วมมือบริษัทจดทะเบียนมาช่วยสนับสนุนภาคสังคมให้เกิดความเข้มแข็ง พร้อมตอกย้ำบทบาทการพัฒนาตลาดทุนที่ยั่งยืนของประเทศไทยในเวทีระดับโลก โดยเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมประจำปีของสหพันธ์ตลาดหลักทรัพย์นานาชาติ (Word Federation of Exchanges: WFE) ในเดือน ก.ย. ที่จะถึงนี้

บทความย้อนหลัง

Scroll To Top