รวมบทวิเคราะห์หุ้น


บทความ ล่าสุด

26 มิถุนายน 2560

ภาวะตลาดหุ้นรายวัน - บล.เคจีไอ

ทิศทางตลาดหุ้นวันนี้               (รักพงศ์ ไชยศุภรากุล เลขทะเบียนฯ: 19838)
 
ขึ้นต่อ ปัจจัยภายในดูดี + แรงซื้อฝั่งกองทุนหนุน
          KGI คาด SET วันจันทร์บวกต่อกรอบจำกัดหนุนจากปัจจัยภายในและแรงซื้อจากฝั่งกองทุนในสัปดาห์นี้ (ศุกร์ที่แล้วดัชนีฯ บวกกรอบแคบ ตามคาด) ทั้งนี้แม้ว่าปัจจัยภายนอกเมื่อวันศุกร์จะเป็นลบเล็กน้อย หลังจากดัชนี PMI (เบื้องต้น) เดือน มิ.ย. ของทั้งสหรัฐฯ และยุโรป ชะลอตัวจากเดือนก่อน และผู้ว่าการ ธ.กลางสหรัฐฯ หลายคนที่ออกมาแสดงความเห็นต่อแนวนโยบายการเงินสหรัฐฯ นั้นไม่มีทิศทางที่ชัดเจน แต่ปัจจัยภายในค่อนข้างดีในสัปดาห์นี้ เรามองว่าตัวเลขส่งออก พ.ค. ของไทยที่ออกมาแข็งแกร่งเกินคาดมากจะสร้างความคาดหวังเชิงบวกให้กับตัวเลขเศรษฐกิจชุดใหญ่ของ ธปท. ที่จะออกมาในวันศุกร์นี้ ผนวกกับโอกาสสูงที่จะมีแรงซื้อหุ้นเพื่อทำราคาปิดงวดไตรมาสสอง (สัปดาห์นี้เป็นสัปดาห์สุดท้ายของไตรมาส) น่าจะหนุนให้ SET แกว่งขึ้นต่อในสัปดาห์นี้เช่นกัน
 
หุ้นเด่นวันนี้ ตามปัจจัยพื้นฐาน          (สุโชติ ถิรวรรณรัตน์ เลขทะเบียนฯ: 28668)
 
เก็งกำไร AOT*, VGI*
          AOT* (เป้าพื้นฐาน 50.8 บาท) 1) จำนวนนักท่องเที่ยวเดือน เม.ย. – พ.ค. 60 รวมยังเติบโต 5.8% YoY และมีแนวโน้มต่อเนื่องในเดือน มิ.ย. ทำให้คาดผลการดำเนินงานของ AOT* ใน 3Q60 (เม.ย.-มิ.ย.) จะยังเติบโตเด่น YoY ขณะที่แนวโน้มการท่องเที่ยวไทย คาดจะโตเด่นต่อเนื่องจนถึงปลายปีนี้ 2) นสพ ฐานเศรษฐกิจลงประเด็นข่าว กรมธนารักษ์และ AOT* เตรียมสรุปผลเจรจาอัตราค่าเช่าที่ดินราชพัสดุฯ ภายในสัปดาห์นี้ โดยคาดได้ข้อสรุปที่สำคัญ i) พื้นที่ Non Arrow คิดที่อัตรา 3% (กรอบต่ำสุดจาก 3-5%) ii) อาจยกเว้นค่าเช่าย้อนหลัง 5 ปี 3) ประเมินรูปแบบราคา Sideway Up แนวรับ 45.5 บาท แนวต้าน 50 บาท (Stop loss 45 บาท)
          VGI* (เป้า Consensus 5.16 บาท) 1) จากข้อมูลอุตสาหกรรมสื่อโฆษณานอกบ้าน ใน 1H60 เห็นภาพการเติบโตในระดับ ?10% YoY และมีแนวโน้มที่จะเติบโตได้ต่อเนื่อง ในช่วงที่เหลือของปี โดยเฉพาะใน 4Q60 – 1Q61 จากการฟื้นตัวของการบริโภคในประเทศ กำลังซื้อที่เพิ่มขึ้น (ราคาข้าวดีดตัวแรง) และความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่คาดจะดีขึ้น 2) เราประเมินโอกาสสำหรับการ Upgrade คำแนะนำการลงทุนใน Bloomberg consensus โดยล่าสุดประเมินว่าปิดทาง Downgrade แล้ว เนื่องจากจากการส่งข้อมูลไปที่ Bloomberg consensus แนะนำ “ถือ” 6 ราย / “ขาย” 5 ราย ไม่มีคำแนะนำ “ซื้อ” ... รอการฟื้นตัวของผลการดำเนินงานตามภาวะอุตสาหกรรมฯ คาด Consensus มีโอกาส Upgrade คำแนะนำ 3) แนะนำ “เก็งกำไร” แนวรับ 5.6 บาท และถัดไปที่ 5.45 บาท ตามลำดับ แนวต้าน 6.1 บาท และถัดไปที่ ?6.8 บาท (Stop loss 5.3 บาท) 
 
หุ้นมีข่าว
          (0) "คาราบาว" แผลงฤทธิ์ ผุดโรงเหล้าแข่งเจ้าพ่อน้ำเมา "เจริญ สิริวัฒนภักดี" พร้อมดึงมือดีไทยเบฟฯร่วมทีม ประเดิมส่งแบรนด์ "ตะวันแดง" เหล้าขาว 28-40 ดีกรี เจาะรากหญ้า ชูจุดแข็งหน่วยกระจายสินค้า เจาะลึกระดับตำบล/หมู่บ้านคลุม 3 แสนร้านค้า ก่อนเล็งปั้นเหล้าสีเสริมทัพ (ประชาชาติ) เรามีมุมมองเป็นกลางสำหรับข่าวดังกล่าวต่อหุ้น Carabao Group (CBG.BK/ CBG TB)* เนื่องจากการผลิตเหล้าขาวดังกล่าวอยู่ภายใต้ บริษัท ตะวันแดง 1999 จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทภายนอก CBG ทั้งนี้ CBG จะได้รับผลประโยชน์ในส่วนของการเป็นผู้รับจัดจำหน่ายซึ่งจะได้รับอัตรากำไรราว 3-4% โดยหากตั้งสมมติฐานยอดขายเหล้าขาวที่ 1 พันล้านบาทต่อปี CBG จะมีกำไรส่วนเพิ่มราว 30-40 ล้านบาท ซึ่งคิดเป็น 2% ของคาดการณ์กำไรสุทธิปี 2560F ของเรา เรายังคงคำแนะนำซื้อ CBG ที่ราคาพื้นฐาน 73.50 บาท เราชอบ CBG บนศักยภาพการเติบโตในตลาดจีน 
          (+) LPN* วางเป้าระบายสต๊อกหมื่นยูนิตจ่อผนึกค่าย PF ทำคอนโดฯโลว์ไรส์ (ผู้จัดการรายวัน 360 องศา) แอล.พี.เอ็น.เดินหน้าพลิกฟื้นสร้างการเติบโต จัดหนักระบายสต๊อก 10,000 ยูนิต เพื่อลดความเสี่ยง เผยครึ่งปีลดไปกว่า 4,000 ยูนิต ลุยไตรมาส 3 ทำแคมเปญใหญ่ฉลอง 28 ปี LPN ขนโครงการพร้อมอยู่มาลดราคาครั้งใหญ่คาดมากกว่า 40% เดินหน้าเปิด 3 โครงการใหม่หนุนแบ็กล็อกปี61 จับตาโมเดลมิกซ์ยูสทำเลพระราม 3 นอกเหนือจากโปรเจกต์คอนโดฯ ยันเป้าขายปีนี้ 20,000 ล้านบาท โอน 10,000 ล้านบาท พร้อมเตรียมจับมือค่าย เพอร์เฟค ร่วมต่อยอดโครงการคอนโดฯโลว์ไรส์
          (+) เคาะค่าเช่าสุวรรณภูมิเก็บ AOT 3% (ฐานเศรษฐกิจ) ธนารักษ์ เคาะค่าเช่าทอท.ใช้พื้นที่สุวรรณภูมิ โดยคิดจากฐานต่ำสุด 3% จากข้อเสนอของจุฬาฯ 3-5% เหลือประชุมร่วมรอบสุดท้ายสิ้นเดือนนี้สรุปพื้นที่เชิงพาณิชย์ เผยเริ่มนับสัญญาตั้งแต่ปี 2545 พร้อมยกเว้นค่าเช่าย้อนหลัง 5 ปี
          (+) TFD ขายหุ้น PP ให้นักธุรกิจอสังหาฯ รับเงิน 500 ล้านบาทลุยโครงการใหม่ (ผู้จัดการรายวัน 360 องศา) บอร์ด TFD อนุมัติจัดสรรหุ้นเพิ่มทุน 250 ล้านหุ้น ขายให้กับนักธุรกิจไต้หวันและไทย 3 ราย ในราคา 2.00 บาท/หุ้น รับเงินเข้าประเป๋าทันที 500 ล้านบาท นำไปใช้พัฒนาโครงการแห่งใหม่ตามแผนธุรกิจในปี 2560 เพื่อดันรายได้และกำไรให้ขยายตัวและเติบโตต่อเนื่อง เหตุโปรเจ็คที่มีในมือกำลังจะสร้างเสร็จและส่งมอบได้ทั้งหมดกลางปี 2561
          (-) รพ.สะเทือน'คนไข้ยูเออี'ลด น้ำมันร่วงฉุดเศรษฐกิจ รัฐหั่นงบค่ารักษาสุขภาพเหลือ 50% (กรุงเทพธุรกิจ) "หมอบุญ" คาดตลาดตะวันออกกลางปีนี้ลด 50% ดิ้นเจาะซีแอลเอ็มวี หนีลงทุนศูนย์สุขภาพ ราคาน้ำมันพ่นพิษฉุดเศรษฐกิจตะวันออกกลาง "ยูเออี" ประคองเศรษฐกิจ ประกาศลดงบสนับสนุนค่ารักษาพยาบาลต่างแดนจาก 90% เหลือ 50% ฉุด "รายได้-กำไร" บิ๊กโรงพยาบาลเอกชนในไทย เหตุลูกค้าตะวันออกกลางลด "เครือรพ.กรุงเทพ-บำรุงราษฎร์" ดิ้นปรับตัวหนีสู่ธุรกิจบริการสุขภาพ หันเจาะซีแอลเอ็มวี "เมียนมา" เนื้อหอม
          (+) EA โชว์ COD พลังงานลมเพิ่ม 45 MW (ข่าวหุ้น) นายอมร ทรัพย์ทวีกุล รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) หรือ EA เปิดเผยว่า ขณะนี้โครงการโรงผลิตไฟฟ้าพลังงานลมโครงการหาดกังหัน 3 ขนาดกำลังการผลิต 45 เมกะวัตต์ (MW) ที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นโครงการของบริษัทย่อย บริษัทอีเอ วินด์ หาดกังหัน 3 จำกัด ได้เริ่มจำหน่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ (Commercial Operation Date : COD) ให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เรียบร้อยแล้ว
 
หุ้นที่แนะนำก่อนหน้า
          COM7* (เป้า Consensus 12.7 บาท ... สูงสุด 15 บาท) ราคาหุ้น Break ผ่านแนวต้านจิตวิทยาที่ 12 บาทได้แล้ว ประเมินมีโอกาสปรับขึ้นทดสอบแนวต้านถัดไปที่ 13 – 13.5 บาท ... ประเมินกำไร 2Q60 โตเด่น YoY และมีโอกาสที่จะโตต่อเนื่องใน 3Q60 (มีธุรกิจใหม่ เริ่มปลาย 2Q60 เช่น การเข้าบริหารพื้นที่ในเทสโก้ โลตัส + ร้านใหม่ๆ + การขายเข้าองค์กรการศึกษา เป็นต้น) – 4Q (ผลิตภัณฑ์ใหม่ของ Apple เช่น iPad 10.5”, MacBook, iPhone ใหม่, Home pod) 
          CPALL* (เป้าพื้นฐาน 80 บาท) ประเมินมีโอกาสปรับขึ้น ทดสอบแนวต้าน 64 บาท และ 65.75 บาท ตามลำดับ (Stop loss 61 บาท) ... ในเชิงพื้นฐานคาดแนวโน้มการบริโภคในประเทศจะฟื้นตัวได้ต่อเนื่อง โดยเฉพาะใน 4Q60 และ 1Q61 
          SVOA (ยังไม่มีเป้า Consensus) แนะนำ “เก็งกำไร” กรอบแนวรับ – แนวต้าน 1.5 – 1.7 บาท และหากผ่านแนวต้าน 1.7 บาทไปได้ ประเมินกรอบแนวต้านถัดไปที่ ?2.0 บาท (Stop loss 1.5 บาท) ... ครบรอบวัฏจักรของการเปลี่ยนอุปกรณ์คอมพิวเตอร์องก์กรต่างๆโดยเฉพาะกลุ่มธนาคารพาณิชย์ และงบประมาณฯ ภาครัฐฯ + Valuation ยังไม่แพง PBV = 0.74 เท่า 
          SGF (ยังไม่มีเป้า Consensus) แนะนำ “เก็งกำไร” แนวรับ 0.32 บาท / แนวต้าน 0.35 บาท รอสัญญาณซื้อต่อเนื่อง หากผ่านแนวต้านดังกล่าว มีโอกาสขึ้นทดสอบแนวต้านถัดไปที่ 0.40 บาท และ 0.45 บาท (Stop loss 0.30 บาท) ... ราคาหุ้น Laggard กลุ่มสินเชื่อบุคคล และเช่าซื้อ  
          LPN* (เป้าพื้นฐาน 15 บาท) ประเมินรูปแบบราคารอสัญญาณซื้อหากยืนเหนือแนวต้าน 12.7 บาทได้ มีโอกาสขึ้นทดสอบแนวต้าน 14.5 บาท แนวรับ 12.2 บาท (Stop loss 12 บาท) Valuation ยังไม่แพงด้วย PE ปี 2560 = 10.3 เท่า และ Dividend yield 5.4% (ค่าเฉลี่ย PE ย้อนหลัง 5 ปี = 12 เท่า) 
          ECL (เป้าพื้นฐาน 3.64 บาท) ประเมินแนวรับ 3.44 บาท และ 3.34 บาท ตามลำดับ แนวต้าน 3.70 บาท และ 3.84 บาท ตามลำดับ ... ประมาณการฯและราคาเป้าหมายของเรายังไม่ได้รวมประเด็น Fix man และเป้าหมายสินเชื่อเราต่ำกว่าเป้าผู้บริหาร 20% (รอพิจารณาผลประกอบการ 2Q60 ก่อนจึงจะทำการปรับประมาณการฯ)
          TAPAC (ยังไม่มีเป้า Consensus) ประเมินมีโอกาสแกว่งตัวขึ้นทดสอบแนวต้านที่ 23.6 บาท และปิดแก๊บราคาที่ 28 บาท แนวรับ 22.2 บาท (Stop loss 20.5 บาท) ... คาดผลการดำเนินงาน Bottom out ใน 2Q60 (ปิดงบ เม.ย. รายงานงบไปแล้ว) จะเริ่มเห็นภาพ Earnings momentum ที่โตเด่นในไตรมาสถัดไป ต่อเนื่อง 2 ไตรมาสติดๆ หลังการรับรู้รายได้จากธุรกิจ อสังหาฯ ใน 3Q60 – 4Q60 (ปิดงบปี ต.ค.) 
          GGC (เป้า Consensus 15.9 บาท) แนะนำ “เก็งกำไร” แนวรับ 14.2 บาท แนวต้านแรก 15.2 บาท (แนวต้านจิตวิทยา) หากผ่านได้ประเมินขึ้นทดสอบแนวต้าน Uptrend ที่ 16.8 บาท (Stop loss 14 บาท) ... ที่ประชุมคณะอนุกรรมการปาล์มน้ำมัน มีมติให้ผู้ค้าน้ำมันเก็บสต๊อกน้ำมันไบโอดีเซล (บี100) เพิ่มขึ้นเป็น 90 ล้านลิตร/เดือน จากเดิม 50 ล้านลิตร/เดือน เป็น Sentiment บวกต่อผู้ประกอบการผลิตไบโอดีเซล 
 
สรุป Report ตามปัจจัยพื้นฐานวันนี้
          DTAC* แนะนำ “ขาย” (ปรับลงจาก “ถือ”) เป้าพื้นฐาน 42 บาท ฝ่ายวิจัยฯ ประเมิน กำไรสุทธิ 2Q60 จะอยู่ที่ 112 ล้านบาท (-21% YoY) โดยถูกฉุดจากรายได้ที่ลดลงและค่าใช้จ่ายด้านโครงข่ายที่เพิ่มขึ้น ถึงแม้ว่า DTAC จะได้รับเลือกเป็นพันธมิตรกับ TOT Plc. (TOT) ในการให้บริการคลื่น 2300 MHz แต่เราได้ปรับลดคำแนะนำลงจาก “ถือ” เป็น “ขาย”  เนื่องจาก i) ฐานผู้ใช้บริการยังคงลดลงอย่างต่อเนื่อง ii) ยังต้องลงทุนเพิ่มเพื่อให้ได้ใบอนุญาตใช้คลื่นใหม่จากการเปิดประมูลรอบหน้าซึ่งจะยังคงกดดันกำไรในปี 2560-2561 และ iii) อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลที่ยังไม่น่าสนใจ
 
          นักวิเคราะห์: อดิศักดิ์ คำมูล
          66.2658.8888 ต่อ 8843
          Research@kgi.co.th
 
          โดย บมจ.หลักทรัพย์ เคจีไอ(ประเทศไทย) ประจำวันที่ 26 มิ.ย. 2560
 
----------------------------------------------------------------------------------------------------------
 
บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)  (“บริษัท”)  มิได้ให้การรับรองใดๆ ถึงความถูกต้องและแท้จริงของข้อมูลในเอกสารนี้  (“ข้อมูล”)  ดังนั้นไม่ว่าจะด้วยเหตุใดก็ตาม บริษัทไม่ขอรับผิดชอบต่อความเสียหายในรายได้ หรือผลประโยชน์ใดๆ ทั้งทางตรงและทางอ้อมที่เกิดขึ้นจากการใช้ ข้อมูล และข้อมูลนี้มิได้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นการชักชวนหรือชี้นำให้ซื้อขายหลักทรัพย์ใดๆ ทั้งนี้ข้อมูลถูกจัดทำขึ้นจากแหล่งของข้อมูลที่เป็นปัจจุบันและ บริษัทสงวนสิทธิในการแก้ไขข้อความใดๆในเอกสารนี้โดยมิต้องบอกกล่าวล่วงหน้า

บทความย้อนหลัง

Scroll To Top